Contact us
 


                       

css buttons by Css3Menu.com

           
Pause Play
 
ผลประโยชน์โครงการ
 
 

แหล่งแร่โพแทชในจังหวัดอุดรธานี ถือเป็นแหล่งแร่โพแทชคุณภาพสูงที่ได้มีการสำรวจ ศึกษา และให้ความรู้กับประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งบริษัทฯ ก็มีความพร้อม
ทั้งทางด้านเงินทุน บุคลากร และเทคโนโลยี หากสามารถพัฒนาโครงการนี้ได้สำเร็จ จะเกิดผประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศไทย


 
 

ผลประโยชน์ต่อการพัฒนาระดับชาติ
      1.เสริมสร้างรากฐานที่มั่นคงและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเกษตรกรไทย ให้สามารถแข่งขันได้ดีขึ้นในตลาดโลก เนื่องจากสามารถเพิ่มผลผลิต โดยลดต้นทุนในการเพาะปลูก
จากการใช้ปุ๋ยโพแทสเซียมในราคาที่ถูกกว่าการนำเข้า และมีปริมาณเพียงพอต่อการใช้ในประเทศ

      2.การส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมผลิตแม่ปุ๋ยโพแทสเซียมจะเป็นการพัฒนทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ให้เกิด มูลค่าเพิ่ม
ซึ่งทำให้เกิดอุตสาหกรรมที่สามารถกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่ทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการผลกระทบ ทวีคูณ
(Multiplier Effect) ต่อระบบเศรษฐกิจซึ่งได้มีการศึกษาว่าโครงการเหมืองแร่ขนาดใหญ่จะสามารถสร้างงานทางอ้อมได้ 5 เท่าจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง กันกับการทำเหมือง
และจากการใช้จ่ายของพนักงานของเหมือง (IFC, 2001) จากผลการศึกษาดังกล่าว สามารถนำมาประยุกต์กับโครงการได้ คือ โครงการจะก่อให้เกิดการจ้างงาน (ระยะยาว)
โดยตรงกว่า 900 อัตรา และส่งผลต่อการจ้างงานทางอ้อมกว่า 4,500 อัตรา

    3.ผลผลิตปุ๋ยโพแทสเซียมส่วนที่เหลือจากการจำหน่ายแก่เกษตรกรในประเทศ ยังจะสามารถส่งออกสู่ตลาดโลกเพื่อสร้างรายได้แก่ประเทศ แทนที่การสูญเสียเงินตรา
ต่างประเทศ โดยสามารถลดการสูญเสียเงินตราต่างประเทศ จากการนำเข้าแร่โพแทชปีละประมาณ 7,000 ล้านบาท และมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการส่งออกแร่โพแทช
ปีละประมาณ 18,000 ล้านบาท (คำนวณจากราคาโพแทชตันละ 400 เหรียญสหรัฐฯ และอัตราแลกเปลี่ยน 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ)

   4.รายได้ภาครัฐที่เพิ่มขึ้นกว่า 29,500 ล้านบาท ที่จะเกิดขึ้นตลอดอายุโครงการ มาจากเงินโบนัสเมื่อได้รับประทานบัตร ผลประโยชน์พิเศษเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ จากการทำ
หมือง ค่าภาคหลวง เงินทุนการศึกษา นอกจากนี้ ยังมีรายได้มาจากการจัดเก็บจากระบบภาษีตามประมวลรัษฎากร เช่น ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต เป็นต้น ค่าภาคหลวง เงินปันผลในส่วนที่รัฐบาลถือหุ้น (สัดส่วนการถือครองหุ้นร้อยละ 10)

ผลประโยชน์ต่อการพัฒนาระดับจังหวัด
     1.เงินค่าภาคหลวงจำนวนร้อยละ 20 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5,710 ล้านบาท จะถูกจัดสรรให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เพื่อใช้ในการพัฒนาจังหวัดอุดรธานี
ในด้านต่างๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐานของประชาชนในจังหวัด รวมถึงการสื่อสาร ถนน ทางรถไฟ เป็นต้น และอีกร้อยละ 10 สำหรับองค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัด
อุดรธานีที่ไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่ประทานบัตร ซึ่งคิดเป็นเงินประมาณ 2,855 ล้านบาท

     2.การใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากโครงการและพนักงานโดยผ่านธุรกิจต่างๆ ในจังหวัดอุดรธานีในช่วง 22 ปี ของการผลิตแร่โพแทชนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่สำคัญ
สำหรับธุรกิจ ในจังหวัดที่จะมีการขยายช่วงของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตและ/หรือให้บริการสำหรับทั้งโครงการและภาคส่วนอื่นๆ ของเศรษฐกิจ

ผลประโยชน์ต่อการพัฒนาระดับชุมชน


1.เงินค่าภาคหลวงจำนวนร้อยละ 20 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5,710 ล้านบาท จะถูกจัดสรรให้กับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ทั้ง 5 แห่ง โดยแบ่งให้แต่ละแห่งใน
สัดส่วน เท่าๆ กัน ประมาณแห่งละ 1,142 ล้านบาทตลอดอายุโครงการ เพื่อใช้ในการพัฒนาชุมชนในตำบลนั้นให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

2.การจ้างงานที่เกิดจากโครงการจะมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญในชุมชนใกล้เคียงโดยการเพิ่มระดับความสามารถของประชาชน และการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
ท้องถิ่นผ่านรายได้ของพนักงาน รายได้ของธุรกิจที่ดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับเหมือง และกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการซึ่งมีโอกาสในการสร้างรายได้ที่มีศักยภาพ
มากจึงจะเป็นการช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้มีการเติบโต

3.โครงการได้มีการจัดสรรผลประโยชน์ให้กับชุมชนในรูปแบบของกองทุนต่างๆ เพื่อใช้ในการติดตามตรวจสอบ เพื่อการชดเชย และเป็นการส่งเสริมเพื่อสร้างประโยชน์
ให้กับชุมชน ดังต่อไปนี้

เพื่อการติดตามตรวจสอบ
-  กองทุนเพื่อการสนับสนุนการร่วมตรวจสอบของตัวแทนผู้มีส่วนได้เสีย (ประมาณ 50 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนโครงการร่วมตรวจสอบของประชาชน
ภายหลังจากได้รับประทานบัตร

- กองทุนเฝ้าระวังสุขภาพ (100 ล้านบาท) เพื่อจัดสรรเงินงบประมาณให้กับหมู่บ้านในเขตพื้นที่โครงการ และพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
สำหรับนำไปใช้ในการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ที่อาจเกิดจากการดำเนินงานของโครงการทั้งในระยะก่อสร้าง และระยะดำเนินการทำเหมือง

- กองทุนพัฒนาหมู่บ้านรอบพื้นที่เหมืองแร่ (300 ล้านบาท) เพื่อจัดสรรเงินทุนในการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของโครงการ ติดตามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
รวมถึงกิจกรรมมวลชนสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและความรู้ต่างๆเกี่ยวกับโครงการที่ถูกต้อง

เพื่อการชดเชย
-  การจ่ายค่าตอบแทนพิเศษให้แก่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินในพื้นที่ประทานบัตร (1,200 ล้านบาท) เพื่อแบ่งปันผลประโยชน์ในรูปตัวเงินของโครงการให้กับผู้เป็นเจ้ากรรมสิทธิ์
ที่ดินในพื้นที่ประทานบัตร
- เงินช่วยเหลือครัวเรือนในเขตพื้นที่ประทานบัตร (1,040 ล้านบาท) เพื่อแบ่งปันผลประโยชน์ในรูปตัวเงินของโครงการ ให้กับผู้อยู่อาศัยแต่ละครัวเรือนในเขตพื้นที่
ประทานบัตร

- กองทุนประกันความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน (100 ล้านบาทเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการทำ เหมืองแร่
โพแทช ใช้เป็นเงินสำรองจ่ายให้กับประชาชนผู้ประสบภัยจากการทำเหมืองในเขตประทานบัตร ในกรณีที่บริษัทประกันภัยจ่ายเงินค่าเสียหายล่าช้า หรือยังอยู่ ระหว่าง
การประเมินค่าเสียหายและตรวจสอบข้อเท็จจริง และในกรณีที่ไม่เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม จะนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน ในพื้นที่
ใกล้เคียงโครงการ

เพื่อการส่งเสริมประโยชน์ให้กับชุมชน


- ทุนการศึกษาเพื่ออนาคตเยาวชน (60 ล้านบาท) เพื่อจัดสรรเงินทุนแก่เยาวชน สร้างโอกาสทางการศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
และเป็นการ ยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชนซึ่งถือว่าเป็น อนาคตของจังหวัดอุดรธานี

-กองทุนช่วยเหลือค่าปุ๋ยเกษตรกรในพื้นที่ประทานบัตร (100 ล้านบาท) เพื่อจัดสรรเงิน สำหรับเป็นหลักประกันว่าเกษตรกรในเขตพื้นที่ประทานบัตรจะได้ใช้ปุ๋ยในราคาถูก
กว่าท้องตลาด โดยการจ่ายคืนหรือให้ส่วนลดกับเกษตรกรในเขตพื้นที่ประทานบัตรที่ซื้อปุ๋ย เพื่อการเพาะปลูก

-กองทุนสวัสดิการชุมชน (200 ล้านบาท) เพื่อจัดสรรเงินในการนำไปสนับสนุนและพัฒนาชุมชนในจังหวัดอุดรธานี

     โครงการเหมืองแร่โพแทช จังหวัดอุดรธานี จะส่งผลต่อชุมชนท้องถิ่น ภูมิภาค และประเทศไทยโดยรวมอย่าง มีนัยสำคัญจากการช่วยลดความยากจนและสร้างรายได้
จากการจ้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อม การฝึกอบรมการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีก่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของบุคคล การพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน
ทางเศรษฐกิจและสังคมและการพัฒนาชุมชน ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้นรวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือจากการขยายตัว
ของเศรษฐกิจแบบทวีคูณอันเนื่องมาจากการพัฒนาโครงการสู่อุตสาหกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และของประเทศชาติจากการเพิ่มดุลการค้าโดยลดการนำเข้าแร่โพแทช
และเพิ่มการส่งออกแร่โพแทช รวมถึงรายได้ภาครัฐที่เพิ่มจากระบบภาษีต่างๆ ส่งผลให้มีการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศชาติ