Contact us
 


                       

css buttons by Css3Menu.com

           
Pause Play
 

ประวัติบริษัท

 
 

ประวัติบริษัท

 
 
ตุลาคม 2524 บริษัท ไทยอะกริโก โปแตซ จำกัด (ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอเซีย แปซิฟิค โปแตซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (APPC)) ได้รับสิทธิสำรวจและผลิตแร่โพแทชในบริเวณจังหวัดอุดรธานีจากกระทรวงอุตสาหกรรม  และบริษัทได้สำรวจพบแร่โพแทช
คุณภาพดี 2 แหล่ง คือ แหล่งอุดรใต้ และแหล่งอุดรเหนือ  โดยมีแผนที่จะพัฒนาแหล่งอุดรใต้เป็นอันดับแรก
พฤษภาคม 2542 APPC ยื่นรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และได้รับการอนุมัติในเดือนธันวาคม 2543
พฤษภาคม 2546 APPC ยื่นคำขอประทานบัตรเหมืองใต้ดิน ตาม พ.ร.บ. แร่ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545
มิถุนายน 2549 บริษัท สินแร่เมืองไทย จำกัด (บริษัทในเครือบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)) ซื้อกิจการของ APPC ส่งผลให้
APPC กลายเป็นบริษัทของคนไทย 100%
กันยายน 2549 ภายหลังจากที่ APPC มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นจากบริษัทต่างชาติมาเป็นของคนไทยทั้งหมด และมีนโยบายที่จะดำเนิน
โครงการด้วยความสมานฉันท์ เน้นการมีส่วนร่วมกับชุมชน และให้ความสำคัญกับลดผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ APPC จึงได้ทำ
หนังสือถึงสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2549 เพื่อขอยกเลิกรายงาน การ
วิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมฉบับเดิม และจะจัดทำรายงานฉบับใหม่ เพื่อให้มีข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน มีความสมบูรณ์ ถูกต้อง ครบถ้วน
สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
มกราคม 2557 คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านเหมืองแร่และอุตสาหกรรมถลุงหรือแต่งแร่ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีมติให้ความเห็นชอบ
รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการเหมืองแร่โพแทชของ APPC
ในระหว่างปี 2549 ถึงปัจจุบัน

APPC ได้ดำเนินการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโครงการให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งร่วมมือกับส่วน
ราชการที่เกี่ยวข้องทั้งจากส่วนกลางและท้องถิ่นในการชี้แจงข้อมูล และรับฟังข้อห่วงกังวล ข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำ
เอาข้อห่วงกังวลต่างๆ มาพิจารณาเพื่อให้เกิดประโยชน์กับโครงการและประชาชนมากที่สุด